เรื่องเล่า “สีย้อมผ้า”
2. สีธรรมชาติ
สีย้อมผ้า มีที่มาจาก 2 แหล่ง คือ สีที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น และสีที่มีอยู่ในธรรมชาติ
2. สีย้อมผ้าที่มนุษย์ได้มาจากธรรมชาติ เช่น
2.1 ส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ (ใบ
ราก ผล เปลือกไม้
แก่นไม้ ดอกไม้ เป็นต้น)
2.2 แร่ธาตุที่อยู่ในดิน เช่น
ดินแดง
2.3 สัตว์ หรือมนุษย์ (เลือด หรือส่วนประกอบของร่างกายสัตว์บางชนิด) เป็นต้น
สีธรราชติมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่มีมนุษย์
ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์
(Pre-History)
นักมานุษยวิทยาค้นพบผลงานศิลปะยุคหินเก่าตอนปลาย
(ช่วงประมาณ 30,000-10,000 ปีมาแล้ว)
มนุษย์ได้เขียนภาพสีและขูดขีดบนผนังถ้ำและเพิงผา เป็นภาพสัตว์
การล่าสัตว์ ภาพลวดลายเรขาคณิต ภาพเหล่านี้ระบายด้วยถ่านไม้ และสีที่ผสมกับไขมันสัตว์ พบได้ทั่วไปในถ้ำของประเทศฝรั่งเศส
และภาคเหนือของสเปน ส่วนสีที่ใช้เขียนภาพได้มาจากเลือดของสัตว์
แร่ธาตุอาจจางเลือนหายไปตามกาลเวลา นอกจากภาพวาดเป็นสีในถ้ำแล้ว สียังนับได้ว่ามีบทบาทและเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์มายาวนาน
เมื่อหลายพันปีก่อนการทาสีบนร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในการทำสงคราม
และการฝังศพ ค้นพบเสื้อผ้าและเครื่องใช้ที่มีสีสันในหุมศพโบราณที่อียิปต์และอินเดีย
จีนมีการใช้ครามย้อมเสื้อผ้าและตกแต่งเครื่องมือเครื่องใช้มากว่า
6,000 ปี
อียิปต์มีการย้อมหนังด้วยสีแดง เหลือง
และเขียว ที่เก่าแก่กว่า 4,000 ปี โดยสีเหลืองได้จากเปลือกทับทิมได้จากรากแมดเดอร์
(madder)
กรีกและโรมันก็ใช้สีแดงที่สกัดจากเทียนกิ่ง
นำมาทำเป็นเครื่องสำอาง
ในศตวรรษที่ 16
มีการปลูกครามในอินเดียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกว้างขวาง ในขณะที่มีการปลูกต้นโวด (woad) จำนวนมากในผรังเสศ เยอรมนี และอังกฤษ
แต่ครามที่นำเข้าจากอินเดียและเอเชียตันออกเฉียงตัได้รับการยอมรับมากกว่าโวด
การใช้ประโยชน์จากสารสีจากพืชมีจุดสูงสุดในคริสต์ศตวรรษที่
19 พอถึงช่วงปลายศตวรรษ ส่วนใหญ่หันมาใช้สีสังเคราะห์แทนสีจากพืช เนื่องจากสีมีความสดใสกว่า
ย้อมในระบบอุตสาหกรรมได้ดีกว่า เร็วกว่า สีเสถียรกว่า และราคาถูกกว่า ทำให้สีธรรมชาติลดความสำคัญลง
จนไม่เป็นที่นิยมเหมือนแต่ก่อนอีก ปัจจุบันไม่มีสีธรรมชาติสำหรับย้อมผ้าขายในท้องตลาด อยากได้ต้องสกัดใช้เองนะจ๊ะ
แล้วพบกับบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น