สิทธิบัตร “การจัดการสารสีจากพืช”
ในแต่ละ
ชุมชน ชนเผ่า หรือประเทศ ต่าง ๆ มีวิธีการสกัดสีและเทคนิคการปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างด้วยสารช่วยติดสีแตกต่างกันไป การคิดค้นวิธีการเหล่านี้ในขั้นสูงสามารถจดสิทธิบัตรได้ ดังตัวอย่าง
สิทธิบัตรของประเทศสหรัฐอเมริกา
เลขที่ 5,042,989 (United States Patent and Trademark
Office 2555) กระบวนการผลิตความแวววาวของสารสีจากพืชในส่วนของกลีบดอกไม้
ใบไม้ และผลไม้ เพื่อใช้ย้อมผ้า
โดยการทำให้ส่วนของพืชแห้งที่อุณหภูมิขั้นต่ำ 70 องศาเซลเซียส
และทำให้เป็นผง ทั้งนี้ปรับค่า pH 4-10 ขณะที่ยังเป็นวัตถุดิบสด และเติมสารช่วยติดสีหลังการย้อม ได้แก่
กรดมะนาว กรดนมเปรี้ยว ผงปูนขาว
ใส่เกลือและสารกันบูดเพื่อป้องกันแมลงก่อกวน1
สิทธิบัตรของยุโรป
เลขที่ EP0754734A1 (European
Patent Office 2555)
การสกัดสีเหลืองและสีส้มเหลืองจากใบไม้
ราก ใบ ดอก เมล็ด และผล โดยทำความสะอาดส่วนของพืช เมื่อแห้งแล้วนำมาบดเป็นผงและหมักเพื่อปรับค่า
pH นาน 16-17 ชั่วโมง
ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 86-90 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง กรองความบริสุทธิ์ของน้ำสีด้วยกระดาษกรองวัตแมน2
การจัดการสารสีจากส่วนประกอบของพืช อาทิ
ดอก ใบ ราก การเติมสารช่วยติดสีให้สีที่สกัดจากธรรมชาติมีความคงทนของสี มีความสดของสีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสามารถใช้วิธีการพิสูจน์และพัฒนาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ การเขียนบทความนี้ผู้เขียนต้องการบอกว่า
หากนักออกแบบมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบลวดลายบนผืนผ้าก็ดี
การชาญฉลาดในการใช้เทคนิคการผลิตแบบผสมผสานก็ดี หากมีความรู้จากการสืบค้นองค์ความรู้จากสิทธิบัตรที่มีการเผยแพร่แล้วนั้น จะทำให้มีความคิดกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม
เมื่อนักออกแบบร่วมทำงานกับนักวิทยาศาสตร์ ผลดีที่เกิดขึ้นอย่างไร้ขอบเขตจำกัดก็เกิดขึ้นได้เสมอ
เมื่อย้อนคิดถึงสีสังเคราะห์ที่นักวิทยาศาสตร์คิดค้นขึ้น
และเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อวงการอุตสาหกรรมการผลิตผืนผ้าให้มีสีสันสวยงาม มีสีสังเคราะห์สำหรับการมัดย้อม การทำบาติก
การวาดภาพระบายสี เป็นต้น ทำให้ผู้สร้างสรรค์เปิดจินตนาการในการนำสีที่นักวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์ขึ้นมาให้ได้อย่างน่าทึ่งเช่นกัน
เวลานี้นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นการพัฒนาสารสีจากธรรมชาติให้มีคุณภาพสูง ต่อไปก็อาจมีสีสกัดจากธรรมชาติมาขายในร้านเครื่องเขียนทั่วไปเฉกเช่นสีสังเคราะห์แต่ตอนนี้ยังไม่มีนะจ๊ะ ฉะนั้น อยากได้สีธรรมชาติมาทำมัดย้อม ต้องสกัดเองไปก่อนนะจ๊ะ
แล้วพบกับบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น