วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564

เคล็ดลับการออกแบบของเล่นให้โดนใจ

เคล็ดลับการออกแบบของเล่นให้โดนใจ    6 มีนาคม 2564

          การออกแบบผลิตภัณฑ์ใด ๆ สิ่งสำคัญคือเข้าใจผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์นั้น ๆ  เปรียบเทียบกับนักร้องต้องเข้าใจเนื้อหาของเพลง อารมณ์ของบทเพลง  และวิธีการถ่ายทอดออกมาให้สื่อสารถึงสิ่งเหล่านั้นได้ชัดเจน   ในเวทีประกวดหลายเวที  ครูด้านการขับร้องจะให้คำแนะนำว่า  หากนักร้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหาของบทเพลงก็จะทำให้เข้าใจอารมณ์ของเพลงมากกว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์   หรือไม่เข้าใจบทเพลง   เช่นเดียวกัน  เมื่อหันมาวิเคราะห์การออกแบบของเล่น   นักออกแบบย่อมต้องมีความรู้เกี่ยวกับผู้เล่น   จึงจะออกแบบมาให้ผู้เล่นได้อย่างเหมาะสม  เล่นได้อย่างมีความสุข

          ดังนั้น เคล็ดลับสำคัญ หรือหัวใจสำคัญ  ก็คืรอ    นักออกแบบแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม  ก็ให้สวมวิญญาณของความเป็นเด็ก วัยที่เราต้องออกแบบของเล่นให้เขา  ว่าตอนนั้นเด็กวัยนั้น ๆ สามารถทำอะไรได้บ้าง  และควรจะสนุกกับของเล่นได้อย่างไร   รู้ขนาดสรีระของเด็กวัยนั้น ๆ  สูงเท่าไหร่  มือ/เท้าใหญ่แค่ไหน มีกำลังสักเท่าไหร่  หยิบจับอะไรได้มากน้อยแค่ไหน   ต้องเข้าใจความสามารถทางร่างกาย  จิตใจ  ความคิดของเขา  เด็ก ๆ ยังไม่เข้าใจความเป็นนามธรรมจนกว่าจะโตเป็นวัยรุ่นตอนต้น  ทฤษฎีพัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กเป็นสิ่งที่นักออกแบบต้องรู้  

          อีกประเด็นก็คือ นักออกแบบต้องรู้มาตรฐานอุตสาหกรรมของเล่น  ขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กเกินไปจนเด็กหยิบจับเข้าปากได้   หรือไม่หนัก ไม่ใหญ่จนอาจล้มเป็นอันตรายกับเด็ก  ต้องใช้วัสดุที่แข็งหรืออ่อนนุ่มเท่าไรจึงจะเหมาะกับการรองรับการวิ่งเล่นและล้มหรือกระแทกกับของเล่น  เป็นต้น   จึงกล่าวต่อไปได้ว่า   นักออกแบบต้องเข้าใจเลือกวัสดุที่จะมาทำของเล่นสำหรับเด็ก   หากเป็นเด็กทารก  ควรเป็นของเล่นที่ทำจากผ้าที่มีลักษณะอย่างไร เช่น  ไม่เป็นขน  เรียบ  แห้งง่าย  ควรเป็นผ้าฝ้าย  เป็นต้น 

หรือการเลือกใช้โฟมแผ่นยางกันกระแทก EVA  เพื่อใช้ปูพื้นห้องเด็กเล่น หรือใช้ปูลานกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับเด็ก  ซึ่งมีหลายขนาด ความหนาก็หลายขนาด  และมีให้เลือกหลายสี   หรือจะเลือกไม้มาทำของเล่นไม้ ก็ควรลบคมที่ขอบของของเล่นทุกชิ้นด้วย  หรือหากจะออกแบบให้มีกลไกที่สามารถเคลื่อนไหว  มีความเร็ว ความแรง ให้พอเหมาะกับพัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กในวัยนั้น ๆ ด้วย   ไม่ควรออกแบบให้เกิน (Over) ความสามารถของเด็กวัยนั้น ๆ ที่จะเล่นของเล่น 

          ของเล่นสำหรับเด็กแต่ละวัยจะมีความแตกต่างกันไปตามพัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็ก   เช่น  เด็กทารก ต้องการของเล่นที่มีความเคลื่อนไหวได้  จับ กำ ขยำเบาๆ บนของเล่นที่มีวัสดุอ่อนนุ่มเช่นผ้ากำมะหยี่   เด็กโตขึ้นมาต้องการของเล้นที่มีนอกจากจะเคลื่อนไหวได้ด้วยกลไกอย่างง่ายเช่นการไขลาน หรือเป็นของเล่นเคลื่อนไหวได้แบบไม่มีกลไกเช่นการใช้การถ่วงดุลซ้ายขวาทำให้เท่ากันหรือไม่เท่ากัน    ของเล่นที่เด็กสามารถเลื่อนไปมา หยิบมาสวม   และเด็กก็ยังชอบของเล่นที่มีเสียง  มีแสง  ซึ่งจะเรียกร้องความสนใจจากเด็กได้มากขึ้น  

          เด็กที่โตขึ้นมาพร้อมกับการส่งเสริมการเล่นของเล่นที่สร้างจินตนาการ เช่น  การสร้างบ้านด้วยตัวต่อ  การแต่งตัวเจ้าชาย เจ้าหญิง หรือตัวละครอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับหนังสือนิทานสำหรับเด็ก  จะทำให้เด็กอารมณ์ดี  มองโลกในแง่ดี   

          ปัจจุบันเด็กเกิดใหม่ในยุคนี้เกิดมาพร้อมการเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ตที่ผู้ปกครองมักยื่นให้  บางครอบครัวสนใจการเล่นเหล่านั้นและช่วยลูกดูและเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็ก   อย่างไรก็ตาม  ของเล่นบางอย่างผู้ปกครองสามารถประดิษฐ์ร่วมกับลูก ๆ ได้  เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน  อีกทั้งยังช่วยดึงความสนใจของเด็กจากการเล่นเกมในมือถือ   ดังนั้น  จึงมีผลิตภัณฑ์จากหลายบริษัทที่ออกแบบของเล่นเป็นชุด  มีอุปกรณ์ต่าง ๆ  ที่ผู้ปกครองสามารถเล่นกับลูกได้  และประดิษฐ์เป็นสิ่งต่าง ๆ ตามจินตนาการได้ด้วย   

          แนวความคิดในการออกแบบของเล่นที่ตอบโจทย์บริบททางสังคม การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป  และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างน้อย 2 รอบใน 1 ปีก็จะช่วยให้บริษัทมีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น  และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ครอบครัวของผู้บริโภคได้อีกด้วย  แต่อย่าลืมว่าต้องสวมวิญญาณอารมณ์เด็กขณะเล่นของเล่นด้วยนะ  จะได้ออกแบบได้โดนใจเด็กและคุณพ่อคุณแม่

 

                           ของเล่นที่พ่อแม่ลูกประดิษฐ์ด้วยกันได้ 

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น